เตือน! โรคไข้ดิน 4 จังหวัดอีสานล่าง ป่วย 570 ราย ดับ 45 ราย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เขตสุขภาพที่ 9 เผยปี 2569 อีสานตอนล่าง 4 จังหวัด พบผู้ป่วยโรคไข้ดิน 570 ราย เสียชีวิต 45 ราย เตือนเกษตรกรเลี่ยงสัมผัสดินและน้ำ สวมอุปกรณ์ป้องกัน หากไข้สูงต่อเนื่อง 2 วันหลังสัมผัสเสี่ยง รีบพบแพทย์

นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา อัปเดตสถานการณ์ล่าสุดของโรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยโดสิส ในพื้นที่ดูแลของเขตสุขภาพที่ 9 ซึ่งมี 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ ว่า ข้อมูลจากกลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา  ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 –22 ตุลาคม 2569 พบผู้ป่วย จำนวน 570 ราย และเสียชีวิตแล้ว  45 ราย

 

โรคไข้ดิน สตริงเกอร์นครราชสีมา
โรคไข้ดิน

  • นครราชสีมา  พบป่วย 136 รายเสียชีวิต 17  ราย
  • ชัยภูมิ ป่วย 50 ราย เสียชีวิต 5 ราย 
  • บุรีรัมย์ ป่วย 245 ราย เสียชีวิต 12  ราย
  • สุรินทร์ ป่วย จำนวน 139 ราย เสียชีวิต 11 ราย

โดยกลุ่มอายุพบป่วยมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 55 - 64 ปี และ 45 - 54 ปี ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่า โรคไข้ดินเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง และหลายพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม มีน้ำท่วมขัง หรือดินโคลนเปียกชื้น ประชาชนเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคไข้ดินได้ง่าย  

จึงขอเตือนประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งจะมีโอกาสสัมผัสดิน น้ำ และโคลนมากกว่า เมื่อจำเป็นต้องลงนา ตรวจแปลงเกษตร เก็บเกี่ยวผลผลิต หรือประชาชนที่ต้องทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด ขอให้ป้องกันตัวเองทุกครั้ง ด้วยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง โดยให้สวมอุปกรณ์ป้องกัน อาทิ รองเท้าบูต ถุงมือยาง กางเกงขายาว หรือชุดลุยน้ำที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังสัมผัสกับดินและน้ำโดยตรง และหากมีบาดแผลควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำจนกว่าแผลจะหายสนิท  อีกทั้งหลังจากสัมผัสดินหรือน้ำ ต้องทำความสะอาดร่างกายและดูแลบาดแผลทันที ควรรีบอาบน้ำฟอกสบู่ให้สะอาด หากมีบาดแผลควรทำความสะอาดและปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ หลีกเลี่ยงการใช้ดินหรือสมุนไพรพอกแผล และไม่ควรปล่อยให้บาดแผลสัมผัสดินหรือน้ำที่อาจปนเปื้อนเชื้อจนกว่าแผลจะหาย

นอกจากนี้ หากจำเป็นต้องดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น น้ำบาดาลหรือน้ำฝน ควรต้มน้ำให้เดือดก่อนนำมาบริโภค และควรเลือกดื่มน้ำ ที่สะอาดได้มาตรฐาน รับประทานอาหารที่ปรุงสุกและใช้น้ำสะอาดในการเตรียมอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงจากการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย  พร้อมกับดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และควบคุมโรคประจำตัวอย่างต่อเนื่อง ลดพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำลายสุขภาพ เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักและการสูบบุหรี่ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรดูแลตนเองเป็นพิเศษ ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

หากมีอาการผิดปกติ  ไข้สูงต่อเนื่องตั้งแต่ 2 วันขึ้นไปหลังสัมผัสดิน น้ำ หรือโคลน ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสเสี่ยงให้แพทย์ทราบ รวมทั้ง หากมีอาการไอ หายใจหอบเหนื่อย หรือมีฝีหนองตามผิวหนัง ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง แต่ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยโรคและรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากโรคไข้ดินอาจมีอาการรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ